"อยากได้เลนส์กันแสงสีฟ้า แต่ไม่อยากได้เลนส์สีเหลือง มีมั้ยครับ/คะ" — นี่คือคำถามที่ทีม Optical X ได้ยินจากลูกค้าบ่อยที่สุดคำถามหนึ่งครับ หลายคนเคยลองเลนส์กันแสงสีฟ้าสูตรเดิมมาก่อนแล้วรู้สึกว่าโทนภาพเหลืองเกินไป มองแล้วไม่สบายตา หรือกังวลเรื่องบุคลิกภาพเวลาต้องพบลูกค้าหรือประชุมงาน คำตอบที่ทางร้านแนะนำคือ Nikon Pure Blue UV เทคโนโลยีเลนส์ล่าสุดจาก Nikon Lenswear ที่ออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์นี้โดยเฉพาะครับ

"ใส่แล้วสบายตา" — ฟีดแบ็กที่ลูกค้า Optical X พูดตรงกันมากที่สุดเกี่ยวกับ Nikon Pure Blue UV

เลนส์ Nikon Pure Blue UV ตัวจริง
Nikon Pure Blue UV — เทคโนโลยีกรองแสงสีฟ้าและ UV จาก Nikon Lenswear

Nikon Pure Blue UV คืออะไร

Pure Blue UV เป็นเทคโนโลยีเลนส์รุ่นล่าสุดจาก Nikon ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันรังสี UV และกรองแสงสีฟ้าในช่วงความยาวคลื่น 380–500 นาโนเมตร ซึ่งเป็นแสงสีฟ้าที่ปล่อยออกมาจากทั้งแสงแดดและหน้าจอดิจิทัลอย่างมือถือ คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ตตลอดทั้งวันครับ จุดที่ทำให้เลนส์ตัวนี้แตกต่างจากเลนส์กันแสงสีฟ้าทั่วไปคือ ไม่มีสีเหลืองในเนื้อเลนส์ และไม่มีแสงสะท้อนสีฟ้าโดดเด่นแบบที่เลนส์กันแสงสีฟ้ารุ่นเก่าเป็น ทำให้ภาพลักษณ์เวลาสวมใส่ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนใส่เลนส์ขาวใสทั่วไป นอกจากนี้เลนส์ยังมาพร้อมสารเคลือบผิว SeeCoat Next ที่ทนรอยขีดข่วนได้ดีกว่าเลนส์ Nikon มาตรฐานถึง 3 เท่า และทำความสะอาดง่ายกว่าถึง 5 เท่า ช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาความคมชัดของเลนส์ในระยะยาวครับ

ฟีดแบ็กจากลูกค้า Optical X

จากประสบการณ์ตรงของลูกค้าที่มาตัดแว่นกับ Optical X กลุ่มที่ชื่นชอบ Nikon Pure Blue UV มากที่สุดคือ "คนที่ไม่ชอบเลนส์เหลือง" ครับ หลายคนเคยลองเลนส์กันแสงสีฟ้าสูตรเดิมมาก่อนแล้วรู้สึกว่าโทนภาพเหลืองเกินไป ดูแล้วไม่สบายตา พอเปลี่ยนมาใช้ Pure Blue UV ลูกค้าส่วนใหญ่ให้ฟีดแบ็กตรงกันว่าใส่แล้วสบายตา เพราะภาพยังคงโทนสีธรรมชาติ ไม่มีสีเหลืองมารบกวนการมองเห็น แต่ยังคงได้การป้องกันแสงสีฟ้าและ UV ตามที่ต้องการครับ

จุดเด่น

ทำไมลูกค้าถึงเลือก Pure Blue UV

  • ไม่มีสีเหลืองในเนื้อเลนส์ ภาพลักษณ์เป็นธรรมชาติเหมือนเลนส์ขาวใส
  • ไม่มีแสงสะท้อนสีฟ้าโดดเด่นให้คนรอบข้างสังเกตเห็น
  • กรองทั้ง UV และแสงสีฟ้าช่วง 380–500nm ทั้งกลางแจ้งและหน้าจอ
  • เคลือบผิว SeeCoat Next ทนรอยขีดข่วน 3 เท่า ทำความสะอาดง่าย 5 เท่า

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

เพื่อความโปร่งใส Optical X อยากให้ลูกค้าเข้าใจข้อจำกัดของเลนส์ตระกูลนี้ก่อนตัดสินใจครับ Nikon Pure Blue UV จัดอยู่ในกลุ่มเลนส์ UV420 ซึ่งกรองแสงในช่วงความยาวคลื่นกว้างกว่าเลนส์กัน UV400 ทั่วไป ผลที่ตามมาคือความสว่าง (brightness) ของภาพที่มองผ่านเลนส์จะน้อยกว่าเลนส์ UV400 เล็กน้อย ทำให้ภาพดูนวลตาลง แต่ความคมชัดของภาพก็จะลดลงตามไปด้วยเมื่อเทียบกับเลนส์ขาวใสหรือเลนส์ UV400 ครับ

💡

ข้อควรรู้ก่อนเลือก: เป็นการแลกเปลี่ยนกันระหว่าง "ความสบายตา" กับ "ความคมชัด" — ถ้าเป็นสายที่ชอบภาพคมชัด สีสดจัดจ้าน มองอะไรต้องคมกริบ แนะนำเลนส์ขาวใสทั่วไป (UV400) จะตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าอยากได้ภาพที่นวลตา มองสบาย ลดความล้าของดวงตาจากการจ้องหน้าจอนานๆ และไม่อยากได้เลนส์สีเหลือง Nikon Pure Blue UV คือคำตอบที่เหมาะที่สุดครับ

คุณสมบัติNikon Pure Blue UV (UV420)เลนส์ขาวใสทั่วไป (UV400)
สีของเนื้อเลนส์ไม่มีสีเหลืองไม่มีสีเหลือง
ความคมชัดของภาพคมชัดน้อยกว่าเล็กน้อยคมชัดสูงสุด
ความสบายตา / ภาพนวลตาสบายตากว่าคมสด ไม่นวล
กันแสงสีฟ้า 380–500nmกรองได้ไม่กรอง
เหมาะกับใครใช้จอเยอะ เน้นสบายตาเน้นภาพคมชัดจัดจ้าน

ราคาและโปรโมชั่นที่ Optical X

เลนส์ Nikon Pure Blue UV ที่ Optical X เริ่มต้นเพียง 4,000 บาท (ลดจากราคาปกติ 4,900 บาท) และอัปเกรดเป็น Index 1.6 ย่อบางระดับ 2 ให้ในราคาเดียวครับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาวระดับปานกลางถึงมาก เพราะเลนส์จะบางลง น้ำหนักเบาขึ้น ใส่สบายกว่าเลนส์ Index มาตรฐาน

✦ ✦ ✦

คำถามที่พบบ่อย

QNikon Pure Blue UV คืออะไร?+

Nikon Pure Blue UV คือเทคโนโลยีเลนส์ที่กรองรังสี UV และแสงสีฟ้าช่วงความยาวคลื่น 380–500 นาโนเมตร ทั้งจากแสงแดดและหน้าจอดิจิทัล จุดเด่นคือไม่มีสีเหลืองในเนื้อเลนส์และไม่มีแสงสะท้อนสีฟ้าโดดเด่นแบบเลนส์กันแสงสีฟ้ารุ่นเก่า ทำให้ภาพลักษณ์เวลาสวมใส่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนเลนส์ขาวใสทั่วไปครับ

QNikon Pure Blue UV ต่างจากเลนส์กันแสงสีฟ้าทั่วไปยังไง?+

เลนส์กันแสงสีฟ้ารุ่นเก่าส่วนใหญ่มักมีโทนสีเหลืองในเนื้อเลนส์ ทำให้ภาพที่มองเห็นออกโทนเหลืองและมีแสงสะท้อนสีฟ้าให้คนรอบข้างเห็นชัด ส่วน Pure Blue UV ใช้เทคโนโลยีกรองแสงที่ไม่ทิ้งสีเหลืองไว้ในเนื้อเลนส์ ลูกค้า Optical X ที่เคยลองเลนส์เหลืองมาก่อนแล้วรู้สึกไม่สบายตา ส่วนใหญ่ชอบ Pure Blue UV มากกว่าครับ

QNikon Pure Blue UV เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร?+

เหมาะกับผู้ที่ใช้เวลากับหน้าจอเยอะ ต้องการความสบายตาและภาพที่นวลตาลง โดยไม่อยากได้เลนส์สีเหลือง แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบภาพคมชัดจัดจ้านเป็นพิเศษ ควรเลือกเลนส์ขาวใสหรือเลนส์กัน UV400 ทั่วไปแทน เพราะเลนส์ตระกูล UV420 อย่าง Pure Blue UV จะให้ brightness ของภาพต่ำกว่าเลนส์ UV400 เล็กน้อยครับ

Qเลนส์ Nikon Pure Blue UV ที่ Optical X ราคาเท่าไหร่?+

ราคาเริ่มต้นที่ Optical X อยู่ที่ 4,000 บาท ลดจากราคาปกติ 4,900 บาท และอัปเกรดเป็น Index 1.6 ย่อบางระดับ 2 ในราคาเดียว สามารถแวะมาปรึกษาและทดลองเลนส์จริงได้ที่ร้านก่อนตัดสินใจครับ

อยากลองก่อนตัดสินใจ? แวะมาที่ร้านได้เลย

ทดลองเลนส์ Nikon Pure Blue UV ของจริง พร้อมตรวจวัดสายตาโดยทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญ
ที่ Riverside Plaza ชั้น 2 กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11:00–20:00