มาสรุปสาระเกร็ดความรู้เรื่องตาจากจักษุแพทย์ชาวญี่ปุ่น Dr. Rui Hiramatsu ผู้เชี่ยวชาญโรคตาที่ดูแลผู้ป่วยกว่า 100,000 คน เจ้าของหนังสือขายดีอันดับ 1 ในญี่ปุ่นด้านสุขภาพตา

วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องของเพื่อนผมเองครับ

เกิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเพื่อนผมอายุ 20 กว่าเอง แล้วก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นภายในแค่สองเดือน — ขับรถแล้วชนบ่อยขึ้น กะระยะผิด เดินสะดุดขอบโต๊ะที่บ้านบ้าง ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกครับ คิดแค่ว่าบางทีเราก็ไม่ระวังตัวเท่านั้นเอง

แต่พอมันเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ปกติแล้ว มีคนแนะนำให้ไปตรวจกับจักษุแพทย์ พอไปถึงก็เล่าอาการตามที่เป็น หมอฟังแล้วให้ทำ การทดสอบลานสายตา (Visual Field Test) เลย

ผลที่ได้คือ… เป็นต้อหิน ทั้งที่อายุแค่ 20 กว่า เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยนะครับว่าเป็นต้อหิน เพราะมองเห็นชัดดี ไม่มีอาการเจ็บหรือมัวอะไรทั้งนั้น

"ไม่มีใครคิดว่าตัวเองเป็นต้อหิน เพราะมันไม่เจ็บ ไม่มัว ไม่แดง — มันแค่ทำให้คุณกะระยะผิด แล้วคุณก็โทษความไม่ระวังตัวของตัวเอง"

คุณหมอบอกว่าอายุขนาดนี้เป็นต้อหินนั้นไม่ปกติ สุดท้ายก็ตรวจพบว่ามาจาก กรรมพันธุ์ เพราะคุณพ่อที่บ้านสายตาสั้นมากพันกว่า ซึ่งคนที่สายตาสั้นสูงมีความเสี่ยงต้อหินสูงกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รู้ ก็ป้องกันไม่ได้ครับ

🔺

ความเสี่ยงกรรมพันธุ์ที่คนมักมองข้าม — ถ้าพ่อหรือแม่เป็นต้อหิน ความเสี่ยงของคุณสูงกว่าคนทั่วไปถึง 4–9 เท่า แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็น หรือรู้แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร

และมีอีกเรื่องที่ซับซ้อนกว่านั้นในเคสนี้ครับ — เพื่อนผมทำ เลสิค (LASIK) ไปด้วย ซึ่งคนที่ทำเลสิคจะวัดความดันตาได้ยาก เพราะเลสิคทำให้กระจกตาบางลง เครื่องวัดความดันตาวัดโดยใช้แรงกดกระจกตา — กระจกตาบาง = ค่าที่อ่านได้ต่ำกว่าความจริง แปลว่าความดันตาที่อันตรายอาจถูกอ่านว่า "ปกติ" ไปเลย ถ้าหมอไม่รู้ประวัติและไม่ใช้วิธีวัดแบบพิเศษ

Optic disc in normal eye
ขั้วประสาทตา (Optic Disc) — ในต้อหินขั้วนี้จะค่อยๆ กว้างออก เซลล์ประสาทตายทีละส่วน · Wikimedia Commons (CC BY-SA)

ต้อหินคืออะไร — อธิบายให้เข้าใจใน 30 วินาที

ในลูกตาของคุณมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา น้ำนี้ต้องไหลเข้าออกสม่ำเสมอเหมือนระบบน้ำในอพาร์ทเมนต์ แต่ในต้อหิน ท่อระบายน้ำอุดตัน ความดันในตาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกดทับเส้นประสาทตา — เปรียบง่ายๆ คือ สายเคเบิลที่ส่งภาพจากตาไปสมองถูกบีบทีละเส้น จนขาด

ความต่างจากโรคตาอื่นที่ต้องรู้: ต้อกระจกทำให้มองเห็นมัว แต่ผ่าตัดแล้วกลับมาดีได้ ต้อหินแตกต่างกันตรงนี้ — เซลล์ประสาทที่ตายแล้ว ไม่มีวันฟื้น

⚡

ตัวเลขที่ต้องรู้:

  • ผู้ป่วยต้อหินทั่วโลก 80 ล้านคน — มากกว่าประชากรไทยทั้งประเทศ
  • ใน 10 คน มี 9 คนที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นต้อหิน
  • ต้อหินคือ สาเหตุอันดับ 2 ของการตาบอดถาวรทั่วโลก
  • คนไทยสายตาสั้นมากมีความเสี่ยงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

เช็กตัวเองก่อน — คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม?

  • 1อายุ 40 ปีขึ้นไป — ช่องระบายน้ำในตาเสื่อมลงตามอายุ ทุก 10 ปีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
  • 2มีพ่อ แม่ พี่น้องเป็นต้อหิน — ความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปถึง 4–9 เท่า พันธุกรรมมีผลมาก
  • 3สายตาสั้นมาก (เกิน -6.00) — ลูกตายาวกว่าปกติ เส้นประสาทตาบางและเปราะกว่า
  • 4ใช้ยา Steroid ต่อเนื่อง — ยาหยอดตา ยากิน หรือยาสูดพ่น ล้วนอาจทำให้ความดันตาสูงได้โดยไม่รู้ตัว

ต้อหิน 2 แบบ — อันตรายต่างกันคนละโลก

ต้อหินมุมเปิดต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน
พบบ่อยแค่ไหน90% ของผู้ป่วย10% แต่อันตรายกว่า
รู้สึกได้ไหมไม่รู้สึกอะไรเลย จนสายมากปวดตาจัด ปวดหัวรุนแรง ตาแดง คลื่นไส้อาเจียน
เวลาที่มีหลายปี — ถ้าตรวจเจอยังทัน24 ชั่วโมง — หลังนั้นอาจสาย
ต้องทำอะไรตรวจสม่ำเสมอ รักษาต่อเนื่องไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่รอเช้า
🚨

ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน (Acute Angle-Closure Glaucoma) — สัญญาณที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไมเกรนหรือโรคกระเพาะ: ความดันในลูกตาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (จากปกติ 10–21 mmHg อาจพุ่งถึง 40–80 mmHg) ไปกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส ทำให้เกิดอาการทั่วร่างกายร่วมด้วย ไม่ใช่แค่ที่ตา ได้แก่ ปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดตาร้าวไปขมับหรือหน้าผาก ตาแดง เห็นแสงไฟมีรัศมี (Halo) รอบดวงไฟ และตามัวลงอย่างรวดเร็ว บางเคสรุนแรงจนผู้ป่วยเข้าใจผิดว่าเป็นไมเกรนหรือปัญหากระเพาะ แล้วไปพบแพทย์ผิดแผนก ทำให้เสียเวลาทองไปโดยเปล่าประโยชน์ — ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกัน ต้องรีบไปห้องฉุกเฉินภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะความดันตาที่สูงค้างไว้จะทำลายเส้นประสาทตาถาวรได้อย่างรวดเร็ว

ข่าวดี — ถ้าพบเร็ว ใช้ชีวิตปกติได้ทั้งชีวิต

Dr. Hiramatsu บอกชัดว่า ต้อหินที่พบในระยะแรกรักษาได้ผลดีมาก ด้วย 3 ทางเลือก: ยาหยอดลดความดันตา (หยอดทุกวัน ไม่เจ็บ), เลเซอร์เปิดช่องระบาย (ทำในห้องตรวจ 10 นาที), หรือ ผ่าตัดสร้างช่องใหม่ (กรณีที่ยาไม่พอ) วิธีไหนดีที่สุดขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ทุกวิธีมีเป้าหมายเดียวกัน — หยุดการสูญเสีย ณ จุดที่อยู่

ความจริงที่หมอญี่ปุ่นพูดซ้ำทุกครั้ง: "ผู้ป่วยที่มาตรวจตาสม่ำเสมอตั้งแต่อายุ 40 แทบไม่มีใครตาบอดจากต้อหินเลย"

✦ ✦ ✦

คำถามที่คนถามมากที่สุด

Qมองเห็นชัดดี แปลว่าไม่เป็นต้อหินใช่ไหม?+
ไม่ใช่เลยครับ — นี่คือความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุด ต้อหินมุมเปิด (90% ของผู้ป่วย) ทำลายสายตาด้านข้างก่อน ซึ่งสมองมักเติมภาพแทน คุณจึงรู้สึกว่า "มองเห็นปกติ" ทั้งที่เส้นประสาทตาสูญเสียไปแล้วกว่าครึ่ง การตรวจเพียงอย่างเดียวที่บอกความจริงได้คือการวัดความดันตาและตรวจ OCT โดยผู้เชี่ยวชาญครับ
Qต้อหินกับต้อกระจกต่างกันอย่างไร — ชื่อใกล้กันมาก+
ต่างกันคนละเรื่องเลยครับ ต้อกระจก = เลนส์ตาขุ่น มองเห็นมัว แต่ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แล้วกลับมาชัดได้ ต้อหิน = เส้นประสาทตาถูกทำลาย ไม่ขุ่น ไม่เจ็บ แต่เมื่อเสียแล้วไม่ฟื้น วิธีจำง่ายๆ: ต้อกระจก = แก้ได้, ต้อหิน = ป้องกันได้แต่แก้ไม่ได้ครับ
Qอายุ 35 ยังไม่ถึง 40 — ต้องตรวจไหม?+
ถ้าไม่มีความเสี่ยงพิเศษ รอตรวจตอน 40 ได้ครับ แต่ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ควรตรวจเลย: มีญาติสายตรงเป็นต้อหิน, สายตาสั้นเกิน -6.00, ใช้ยา Steroid ต่อเนื่อง หรือเคยได้รับการบาดเจ็บที่ตา Dr. Hiramatsu แนะนำว่ากลุ่มเสี่ยงควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 35 ครับ

จำแค่ 3 ประโยคนี้ แชร์ให้คนที่รักฟังด้วย

① ต้อหินไม่มีอาการ — ตรวจคือวิธีเดียวที่รู้
② อายุ 40 ขึ้นไป หรือมีพ่อแม่เป็นต้อหิน → ตรวจทุกปี
③ ปวดตาฉับพลัน ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน เห็นรุ้งรอบไฟ → ห้องฉุกเฉิน อย่ารอเช้า

มีข้อสงสัยเรื่องสุขภาพตา?

ปรึกษาทัศนมาตรและผู้เชี่ยวชาญเลนส์ที่ Optical X Vision Care Center
ตรวจวัดสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ Riverside Plaza ชั้น 2 กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11:00–20:00