เลนส์กันแสงฟ้าไม่ใช่สิ่งจำเป็นเสมอไปสำหรับเด็กที่เรียนออนไลน์ เพราะยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าแสงฟ้าจากจอทำอันตรายต่อจอประสาทตาในการใช้งานปกติ แต่เลนส์กรองแสงฟ้าช่วยลด Glare และแสงจ้าจากจอได้จริง ทำให้เด็กบางคนรู้สึกสบายตาขึ้นเมื่อต้องเพ่งจอนานๆ พ่อแม่หลายคนถามกันในกระทู้ Pantip ว่า "ลูกปวดตาตาแห้งหลังเรียนออนไลน์ทั้งวัน ต้องตัดแว่นกรองแสงฟ้าไหม" คำถามนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่คำตอบมีรายละเอียดที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ — บทความนี้จะไขทั้งความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับเลนส์กรองแสงฟ้า และวิธีดูแลสายตาลูกช่วงเรียนออนไลน์ที่ได้ผลกว่าการพึ่งเลนส์เพียงอย่างเดียว จากทีมทัศนมาตรของ Optical X Vision Care Center

"ปัญหาที่แท้จริงของเด็กเรียนออนไลน์ ไม่ใช่สีของแสงจากจอ แต่คือการไม่ได้พักสายตาเลยตลอดหลายชั่วโมง"

เด็กสองคนสวมแว่นสายตานั่งเล่นด้วยกันที่บ้าน
เด็กที่มีค่าสายตาควรได้รับการตรวจและแนะนำเลนส์ที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ

ทำไมลูกปวดตาหรือตาแห้งหลังเรียนออนไลน์ทั้งวัน

สาเหตุหลักมักมาจากภาวะที่เรียกว่า Digital Eye Strain ซึ่งเกิดจากการกะพริบตาน้อยลงเมื่อจ้องจอนานๆ ปกติคนเรากะพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อเด็กจดจ่อกับตัวการ์ตูนหรือแบบฝึกหัดบนจอ อัตราการกะพริบตาจะลดลงเกือบครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เหมือนลืมกะพริบตาไปเลยในบางช่วง ผลที่ตามมาคือน้ำตาระเหยเร็วขึ้น เกิดอาการตาแห้ง แสบตา และปวดล้ารอบดวงตาสะสมตลอดวัน สิ่งที่น่าสนใจคือ อาการเหล่านี้เกิดจากพฤติกรรมการใช้สายตา ไม่ใช่จากสีของแสงฟ้าโดยตรงอย่างที่หลายคนเข้าใจ

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด ลูกปวดตาเพราะใช้สายตาหนักเกินไปแบบต่อเนื่องโดยไม่ได้พักเลย ไม่ใช่เพราะแสงจากจอเป็นพิษ — ทางแก้ที่ตรงจุดที่สุดจึงไม่ใช่การเปลี่ยนเลนส์ แต่คือการพักสายตาให้เป็นนิสัย ต่อให้ใส่เลนส์กรองแสงฟ้าราคาแพงแค่ไหน ถ้าไม่พักสายตาก็ยังปวดอยู่ดี

⚠️

สิ่งที่ควรทำก่อนซื้อเลนส์กรองแสงฟ้า: ควรพาลูกไปตรวจสายตาก่อนเสมอ เพราะอาการปวดตาหรือมองไม่ชัดหลังเรียนจอ หลายครั้งมีสาเหตุจากค่าสายตาที่ไม่ถูกต้องหรือเปลี่ยนไปโดยที่พ่อแม่ไม่ทราบ มากกว่าปัญหาจากแสงฟ้า การซื้อเลนส์กรองแสงฟ้าโดยไม่ตรวจสายตาก่อนอาจแก้ปัญหาผิดจุด

ผู้ใช้จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ในที่มืดเป็นเวลานาน
การจ้องจอต่อเนื่องนานๆ ทำให้กะพริบตาน้อยลงจนตาแห้งและล้า

วิธีดูแลสายตาลูกช่วงเรียนออนไลน์ที่ได้ผลจริง

มีหลายวิธีที่สำคัญกว่าการพึ่งเลนส์กรองแสงฟ้าเพียงอย่างเดียว และควรทำควบคู่กันไปเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • 1
    กฎ 20-20-20 — ทุก 20 นาทีของการเรียนหรือใช้จอ ให้มองไกลออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที ช่วยลดความล้าของกล้ามเนื้อตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 2
    จัดระยะห่างจากจอให้เหมาะสม — ควรอยู่ห่างจากหน้าจออย่างน้อย 40-50 เซนติเมตร และตั้งจอให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย
  • 3
    ปรับความสว่างหน้าจอให้ใกล้เคียงกับแสงในห้อง — ลดความต่างของแสงที่ทำให้ตาต้องปรับตัวตลอดเวลา
  • 4
    เตือนให้กะพริบตาบ่อยขึ้น — โดยเฉพาะช่วงที่เด็กจดจ่อกับการอ่านข้อความบนจอ
  • 5
    ให้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งรับแสงธรรมชาติเป็นประจำ — วิธีนี้ช่วยชะลอสายตาสั้นในเด็กได้ดี อ่านเพิ่มเติมที่ เลนส์ควบคุมสายตาสั้นในเด็ก ควรไปที่ไหน

ควรเลือกเลนส์กันแสงฟ้าสำหรับเด็กอย่างไร ถ้าตัดสินใจซื้อ

หากตรวจสายตาแล้วพบว่าค่าสายตาปกติ แต่ลูกยังรู้สึกไม่สบายตาหลังเรียนจอนาน การเลือกเลนส์กรองแสงฟ้าก็เป็นทางเลือกเสริมที่สมเหตุสมผล สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ ต้องตัดตามค่าสายตาที่ถูกต้องจากการตรวจก่อนเป็นอันดับแรก การกรองแสงฟ้าเป็นเพียงส่วนเสริม ไม่ใช่ตัวแก้ปัญหาหลัก ควรเลือกเลนส์ที่กรองแสงฟ้าแบบไม่ทำให้สีภาพเพี้ยนมากเกินไป เพื่อไม่ให้กระทบการมองเห็นสีตามปกติของเด็ก และควรให้เด็กลองสวมดูก่อนว่ารู้สึกสบายตาขึ้นจริงหรือไม่ก่อนตัดสินใจซื้อ

มุมมองส่วนตัวจาก Suraphun

ในฐานะเจ้าของร้าน ผมอยากอธิบายให้ชัดเลยครับว่าจุดประสงค์ของบริษัทเลนส์ที่ทำเลนส์กรองแสงสีน้ำเงินออกมาคืออะไรกันแน่ เขาต้องการกรองแสงสีน้ำเงินที่อยู่บนจอคอมพิวเตอร์ออกไปบางส่วน ข้อดีคือภาพจะสว่างจ้าน้อยลง ทำให้เรามองสบายตาขึ้นในระยะยาว แต่มันไม่ได้มีคุณสมบัติป้องกันไม่ให้เกิดจอประสาทตาเสื่อมครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคทั่วไปเข้าใจผิดกันเยอะมาก เพราะจอประสาทตาเสื่อมส่วนใหญ่จะเจอในคนอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และโอกาสที่จะเป็นจริงๆ มักมาจากการทำงานกลางแจ้ง เจอแสง UV แรงๆ สะสมมานาน ไม่ใช่จากแสงฟ้าบนหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์เลยครับ

ส่วนคำถามที่พ่อแม่ถามผมบ่อยว่าเลนส์กรองแสงฟ้าช่วยไม่ให้สายตาลูกสั้นเพิ่มขึ้นไหม คำตอบคือไม่เลยครับ เพราะสายตาสั้นเกิดจากการใช้งานสายตาระยะใกล้มากเกินไปต่อเนื่อง วิธีป้องกันที่ดีที่สุดจริงๆ คือต้องหมั่นพักสายตาทุก 20-30 นาที ซึ่งกฎ 20-20-20 ที่พูดถึงในบทความนี้ใช้ได้ผลจริง แต่ปัญหาคือเด็กมักเล่นเพลินจนลืมพัก เผลอแป๊บเดียวผ่านไปเป็นชั่วโมงโดยไม่ได้ละสายตาจากจอเลย พอสะสมแบบนี้ทุกวัน สายตาก็มีโอกาสสั้นเพิ่มขึ้นได้ครับ

ทีนี้ถ้าถามว่าแล้วเลนส์กรองแสงฟ้าที่มีในตลาดตอนนี้ ยี่ห้อไหนดี ผมตอบตรงๆ ว่าทุกยี่ห้อที่ผมเลือกมาให้ลูกค้าทดลองที่ร้านนั้นดีหมดครับ อยู่ที่ว่าใครจะชอบความรู้สึกแบบไหนมากกว่ากัน ทางร้านมี demo lens ให้ลองจริงก่อนตัดสินใจเสมอ

แผนภาพสเปกตรัมแสง แสดงตำแหน่งของแสงสีฟ้าเทียบกับรังสี UV และแสงอินฟราเรด
แสงสีฟ้า (Blue Light) อยู่ในช่วงแสงที่มองเห็นได้ ไม่ใช่รังสี UV
Essilor
Blue Elements
Essilor
Blue UV Capture
Zeiss
ClearView BlueGuard
Nikon
Pure Blue
อาการที่พบ สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุด วิธีแก้ที่ควรทำก่อน
ตาแห้ง แสบตา กะพริบตาน้อยลงเวลาจ้องจอ ฝึกกะพริบตาบ่อยขึ้น + กฎ 20-20-20
มองจอไม่ชัด ต้องขยับเข้าใกล้ ค่าสายตาเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว ตรวจวัดสายตาก่อนซื้อเลนส์ใดๆ
ปวดหัวหลังเรียนจอนาน กล้ามเนื้อตาล้าจากการเพ่งต่อเนื่อง พักสายตาเป็นระยะ ปรับระยะห่างจอ
รู้สึกแสบตาจากแสงจ้าของจอ Glare จากหน้าจอโดยตรง ปรับความสว่างจอ หรือพิจารณาเลนส์กรองแสงฟ้า
✦ ✦ ✦

คำถามที่พบบ่อย

Q: ลูกเรียนออนไลน์ทั้งวัน ต้องตัดแว่นกรองแสงฟ้าไหม? +
ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ เพราะยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าแสงฟ้าจากจอทำอันตรายต่อจอประสาทตาในการใช้งานปกติ แต่เลนส์กรองแสงฟ้าช่วยลด Glare และแสงจ้าจากจอได้จริง ทำให้เด็กบางคนรู้สึกสบายตาขึ้นเมื่อต้องเพ่งจอนานๆ สิ่งที่ควรทำก่อนคือตรวจสายตาลูกก่อน เพราะอาการปวดตาหรือมองไม่ชัดหลังเรียนจอ มักมีสาเหตุจากค่าสายตาที่ไม่ถูกต้องมากกว่าแสงฟ้า
Q: ทำไมลูกปวดตาหรือตาแห้งหลังเรียนออนไลน์ทั้งวัน? +
สาเหตุหลักมักมาจากการกะพริบตาน้อยลงเมื่อจ้องจอนาน (Digital Eye Strain) ค่ะ ไม่ใช่จากแสงฟ้าโดยตรง เมื่อกะพริบตาน้อยลง น้ำตาระเหยเร็วขึ้นทำให้ตาแห้งและปวดล้า วิธีแก้ที่ได้ผลดีที่สุดคือให้พักสายตาตามกฎ 20-20-20 (ทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที) มากกว่าการพึ่งเลนส์กรองแสงฟ้าเพียงอย่างเดียว
Q: ควรเลือกเลนส์กันแสงฟ้าสำหรับเด็กอย่างไร? +
หากตัดสินใจเลือกเลนส์กรองแสงฟ้าให้ลูก ควรเลือกที่มีค่าสายตาถูกต้องตามการตรวจก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ การกรองแสงฟ้าเป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ตัวแก้ปัญหาหลัก ควรเลือกเลนส์ที่กรองแสงฟ้าแบบไม่ทำให้สีภาพเพี้ยนมากเกินไปเพื่อไม่ให้กระทบการมองเห็นสีตามปกติของเด็ก และให้เด็กลองสวมเพื่อดูว่ารู้สึกสบายตาขึ้นจริงหรือไม่ก่อนตัดสินใจ
Q: นอกจากเลนส์กรองแสงฟ้า มีวิธีอื่นช่วยลูกที่เรียนออนไลน์ทั้งวันไหม? +
มีหลายวิธีที่สำคัญกว่าเลนส์กรองแสงฟ้าค่ะ ได้แก่ การพักสายตาตามกฎ 20-20-20 จัดระยะห่างจากจอให้เหมาะสม ปรับความสว่างหน้าจอให้ใกล้เคียงกับแสงในห้อง และให้เด็กออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งรับแสงธรรมชาติเป็นประจำ ซึ่งช่วยชะลอสายตาสั้นในเด็กได้ดี อ่านรายละเอียดเรื่องการชะลอสายตาสั้นเพิ่มเติมได้ที่ เลนส์ควบคุมสายตาสั้นในเด็ก ควรไปที่ไหน
Q: เลนส์กันแสงฟ้าป้องกันจอประสาทตาเสื่อมได้จริงไหม? +
ไม่ได้ป้องกันโดยตรงค่ะ เลนส์กรองแสงฟ้าช่วยลดความสว่างจ้าที่ตากระทบทำให้มองสบายขึ้นในระยะยาว แต่จอประสาทตาเสื่อมส่วนใหญ่พบในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี และมักเกิดจากการสะสมแสง UV แรงๆ จากการทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ไม่ใช่จากแสงฟ้าบนหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่เด็กใช้เรียนออนไลน์
Q: เลนส์กันแสงฟ้าช่วยไม่ให้สายตาลูกสั้นเพิ่มขึ้นไหม? +
ไม่ช่วยค่ะ สายตาสั้นเกิดจากการใช้งานสายตาระยะใกล้ต่อเนื่องนานเกินไป ไม่ได้เกี่ยวกับสีของแสงจากจอ วิธีป้องกันที่ได้ผลจริงคือให้ลูกพักสายตาสม่ำเสมอตามกฎ 20-20-20 และออกไปรับแสงธรรมชาติกลางแจ้งเป็นประจำ มากกว่าการพึ่งเลนส์กรองแสงฟ้าเพียงอย่างเดียว

Optical X ตอบโจทย์เรื่องนี้อย่างไร

Optical X Vision Care Center ที่ Riverside Plaza ชั้น 2 เริ่มต้นทุกเคสด้วยการตรวจวัดสายตาเด็กอย่างละเอียดก่อนเสมอ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดตาหรือตาแห้งหลังเรียนออนไลน์ ก่อนจะบอกตรงๆ ว่าลูกจำเป็นต้องใช้เลนส์กรองแสงฟ้าหรือไม่ — ไม่ใช่แนะนำให้ซื้อเพียงเพราะกำลังเป็นกระแส หากตรวจแล้วเห็นว่าเหมาะสม ทีมงานมีเลนส์ทดลองจากหลายยี่ห้อให้เด็กลองสวมและสังเกตความรู้สึกจริงก่อนตัดสินใจ พร้อมให้คำแนะนำเรื่องพฤติกรรมการใช้สายตาที่บ้านควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การแก้ปัญหาตรงจุดและไม่เสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น

เด็กก้มหน้าจดจ่อกับการวาดรูปในระยะใกล้เป็นเวลานาน
การใช้สายตาระยะใกล้ต่อเนื่องนานๆ คือสาเหตุหลักของอาการปวดตาในเด็ก